ประกันสุขภาพ กรณีผู้ป่วยในและการผ่าตัด มีไว้อุ่นใจกว่า

ประกันสุขภาพ กรณีผู้ป่วยในและการผ่าตัด มีไว้อุ่นใจกว่า เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่เราสามารถวางแผนเตรียมรับมือกับเรื่องร้ายๆได้ ด้วยการย้อนกลับมามองดูที่ตัวเองแล้วดูว่า หากวันนี้ เกิด… กับเรา เราจะสามารถที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้เพียงใด

การเตรียมแผนรับมือกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องไม่มองข้าม วันนี้ลองมานั่งวิเคราะห์ดูครับ ว่าเราสามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนกัน

สัญญาตัวนี้เป็นสัญญายอดฮิตที่มักมีคนเข้าใจผิดมากที่สุด !!!

อย่างแรก คือ ทำไว้หลายๆบริษัท สามารถเบิกได้ทุกบริษัท อันนี้ต้องเข้าใจใหม่ว่า เบิกได้ทุกที่จริง แต่เบิกได้สูงสุดไม่เกินเงินค่ารักษาที่ได้จ่ายไปตามจริง เช่น ทำไว้ 2 บริษัท วงเงิน บริษัท 2 แสนบาท เกิดเข้าไปผ่าตัดจ่ายจริงไป 1 แสนบาท แล้วตอนเคลมจะไปเบิกทั้งสองบริษัทที่ละ 1 แสนบาท แบบนี้ไม่ได้นะครับ แต่ถ้าหากผ่าตัดไป 2 แสนบาท อย่างนี้เบิกได้ที่ละ 1 แสนบาทได้ไม่มีปัญหา

อย่างที่สอง คือ นอนโรงพยาบาลได้เลยไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น ต้องเข้าใจว่าสัญญาประเภทนี้ ก็ยังมีเพดานวงเงินเป็นตัวกำกับเอาไว้อยู่ ดังนั้นหากทำวงเงินเอาไว้จำกัด แต่จะไปนอนโรงพยาบาลเอกชนแพง แบบนี้วงเงินก็คงไม่พอครับ อย่างไรก็ดีอยากให้ลองดูว่าโรงพยาบาลที่เรามีโอกาสได้เข้ารักษาบ่อยๆเป็นที่ใด จะได้เลือกแผนค่ารักษาได้ตรงครับ

อย่างที่สาม คือ ผู้ป่วยนอก เบิกได้ อันนี้เป็นความจริงส่วนเดียว คือกรณีที่เกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินมาสามารถเบิกได้ครับ แต่หากเป็นเหตุเรื่องเจ็บป่วยอย่างเช่นท้องเสีย แล้วมาหาหมอจ่ายยาแล้วกลับบ้านแบบนี้ไม่ได้นะครับ
อย่างไรก็ตาม การรักษาในโรงพยาบาลยังเป็นสัญญาที่น่าสนใจ เพราะลองนึกภาพว่าเวลาที่เราเจ็บป่วยถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษา หรือเพื่อผ่าตัดจริงๆ มันจะต้องเกิดค่ารักษาเป็นจำนวนมากแน่ๆ (หากเทียบกับไปหาหมอแล้วกลับบ้าน) ซึ่งปกติแล้วเราก็คงไม่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ ดังนั้นตามหลักการทำประกัน เกิดไม่บ่อย แต่เกิดแล้วเสียหายมากยังไงก็สมควรทำประกันครับ แต่หากใครที่คิดว่างไม่พอจ่ายเบี้ยจริงก็อาจลองทางเลือกไปใช้บัตรทองหรือประกันสังคมได้ครับ

ประกันแบบ OPD – มีเงินเหลือค่อยซื้อนะ
“OPD เบิกได้มั้ย” ตัวแทนประกันหลายๆท่านน่าจะได้รับคำถามนี้บ่อย ต้องบอกก่อนว่าปกติเวลาไปโรงพยาบาลจะมีอยู่ 2 กรณี คือผู้ป่วยใน หรือ IPD คือต้องมีการนอนพักค้างคืนในโรงพยาบาล ส่วนมากกรณีนี้มักเป็นในกรณีป่วยหนักๆหรือต้องผ่าตัด กับอีกแบบหนึ่งคือ ผู้ป่วยนอกหรือ OPD ซึ่งไม่ได้มีการพักค้างคืน หาหมอ ดูอาการ รับคำปรึกษา ทำการรักษา จ่ายยา จ่ายเงิน กลับบ้าน ซึ่งประกันแบบผู้ป่วยนอกมักจะให้ในวงเงินจำกัด เช่น ครั้งละ 500-1,000 บาท โดยเบี้ยประกันมักจะคิดอยู่ประมาณ 4-8 เท่าของวงเงินของ OPD แต่ละครั้ง

ซึ่งในทางปฏิบัติ การทำประกันแบบ OPD จะได้ประโยชน์กรณีทำกันเป็นหมู่ แต่หากทำแบบรายเดี่ยวแล้วไม่ได้ไปพบหมอ มักไม่ค่อยคุ้มค่า เพราะสวัสดิการเทียบกับเบี้ยประกันที่จ่ายถือว่าได้ค่อนข้างน้อย แต่ที่คนทำประกันมักถามหาบ่อยๆ เพราะคิดว่าน่าจะมีโอกาสได้ใช้บ่อย ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทประกันก็คิดแบบนั้น เช่นกัน บริษัทก็เลยตั้งเบี้ยประกันไว้ค่อนข้างสูง แต่หากลองคิดดูดีๆว่าปีๆหนึ่งถ้าเราไม่ได้ไปหาหมอบ่อยๆ บางทีเก็บเงินที่จะจ่ายเบี้ยแบบ OPD เอาไว้กับตัวเองแล้วเอาไปจ่ายเวลาหาหมอก็อาจจะคุ้มกว่าก็ได้นะครับ

Related Post

ผู้มั่งคั่ง Sweet’N โดนัลด์โทเบอร์ผู้มั่งคั่งกระโดดหนีตายจากอพาร์ตเมนต์นิวยอร์คผู้มั่งคั่ง Sweet’N โดนัลด์โทเบอร์ผู้มั่งคั่งกระโดดหนีตายจากอพาร์ตเมนต์นิวยอร์ค

ร่ำรวย 89 ปีเทียมสารให้ความหวานเจ้าสัวที่ทำ Sweet’N Low ชื่อครัวเรือนมีฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากอาคารอพาร์ตเมนต์ของเขา Park Avenue แหล่งที่มาการบังคับใช้กฎหมายบอกว่าโพสต์

Social listening tools ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้างSocial listening tools ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง

Social listening tools ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง Social listening tools หากจะแปลตรงตัว หมายถึง เครื่องมือในการดักฟังสังคมบนสื่อโซเชียล เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลแนวโน้ม หรือความต้องการของผู้บริโภค เช่น ผู้บริโภคกำลังพูดถึงอะไร มีสินค้าหรือบริการไหนอยู่ในความสนใจมากที่สุด รวมไปถึงเสียงของคู่แข่งในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้คือขุมทรัพย์อันมีค่าเพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำมาวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง ดังนั้น Social listening tools จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยบริหารจัดการข้อมูลที่มีจำนวนมากมหาศาล หรือข้อมูลที่หลายๆ คนรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นคือ Big data

ดูหนัง Happiest Season ไม่มีฤดูไหนไม่รักเธอดูหนัง Happiest Season ไม่มีฤดูไหนไม่รักเธอ

ดูหนัง Happiest Season ไม่มีฤดูไหนไม่รักเธอ เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกคอมเมดี้ดราม่ากำกับโดย Clea DuVall จากบทภาพยนตร์ที่เขียนโดย DuVall และ Mary Holland ด้วยทีมนักแสดงประกอบไปด้วย Kristen Stewart, Mackenzie Davis, Alison Brie, Aubrey Plaza, Dan Levy, Mary Holland, Victor Garber และ Mary Steenburgen