การตรวจสุขภาพ ตับ & ไต…ทำไม? ต้องดูแลให้ดี

การตรวจสุขภาพ ตับ & ไต…ทำไม? ต้องดูแลให้ดี ตับและไตก็เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ หน้าที่หลักของอวัยวะทั้งสองนี้จะคล้ายๆ กันคือช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย แต่ความสำคัญของสองอวัยวะนี้มีมากกว่านั้น เราจะพามาดูความสำคัญของอวัยวะทั้งสองนี้เพื่อที่คุณจะได้กันมาดูแลรักษาให้การทำงานของอวัยวะทั้งสองทำงานได้อย่างปกติ

หน้าที่สำคัญของอวัยวะที่ชื่อว่า “ตับ”
ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญอันดับต้นๆ ของร่างกายคนเรา ตับเป็นอวัยวะที่มีสีแดง อยู่ตรงชายโครงขวาใต้กระดูกซี่โครง ในหนึ่งวันเลือดทั้งหมดในร่างกายประมาน 5 ลิตรนั้นจะใช้เวลาไหลเวียนผ่านตับเพียง 4-5 นาทีเท่านั้น เราจะสังเกตได้ในหนึ่งๆ วันตับทำงานหนักมาก และหน้าที่ของตับก็มีหลายอย่างเช่นกัน

– ย่อยสารอาหาร – หน้าที่แรกของตับเลยคือจะเอาสารอาหารที่ถูกย่อยจากทางเดินอาหารมาเปลี่ยนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย หรือนั่นก็คือเปลี่ยนสารอาหารต่างๆ ให้เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้นั่นเอง

– สะสมอาหาร – หลังจากที่ตับเปลี่ยนสารอาหารที่ถูกย่อยมาแล้วส่งไปต่อยังไปส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตับยังสะสมสารอาหารต่างๆ เอาไว้ใช้ในเวลาที่ร่างกายต้องการด้วย เช่น การเก็บน้ำตาลกลูโคสไว้ในตับเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายต้องการพลังงานตับจะส่งกลูโคสนี้ออกไปให้ร่างกายได้ใช้

– กำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย – ตับยังทำหน้าที่ในการขับถ่ายของเสียออกมาในรูปแบบของน้ำดีส่งผ่านไปยังลำไส้เล็กส่วนต้น แต่น้ำดีที่ว่านี้บางส่วนของน้ำดีจะเป็นของเสียแล้ว แต่ในบางส่วนของน้ำดีจะเป็นตัวช่วยย่อยไขมันในลำไส้เพื่อดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และเคมาเพื่อใช้ในร่างกายด้วย

หน้าที่ของ “ไต” ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน
ไตก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญของร่างกายคนเราเช่นกัน โดยคนปกตินั้นจะมีไตอยู่ 2 ข้าง ไตจะมีลักษณะคล้ายเม็ดถั่วเหลืองอยู่บริเวณด้านหลังใต้กระดูกชายโครงบริเวณบั้นเอว ไตเปรียบเป็นเครื่องกรองของเสียของร่างกาย และขับของเสียออกมาเป็นปัสสาวะที่เราเห็นนั่นเอง แต่ไตไม่ได้มีหน้าที่ขับของเสียเท่านั้นยังมีหน้าที่อื่นที่สำคัญอื่นๆ อีก

– ขับถ่ายของเสีย – หน้าที่หลักของไตเลยคือการขับถ่ายของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกายอย่างโปรตีน ของเสียที่ไตขับออกมาจะอยู่ในรูปของยูเรีย ครีอะตินีน กรดยูริค และสารประกอบไนโตรเจนอื่นๆ ถ้าของเสียเหล่านี้สะสมอยู่ในร่างกายมากๆ โดยไม่ถูกขับออกจะทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ขึ้นในร่างกาย

– กระตุ้นการทำงานของวิตามินดี – ไตทำหน้าที่ในการกระตุ้นวิตามินดีในร่างกายเราให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิตามินดีนี้เองจะเข้าไปช่วยดูดซึมแคลเซียมเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และวิตามินดียังช่วยควบคุมการขับถ่ายแคลเซียมออกจากไตและควบคุมการสะสมแคลเซียมบนกระดูกด้วย

– กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอิริโทโพอิติน – ฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายมีปริมาณเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างเพียงพอ ยังช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจางได้

– สร้างสารเรนิน – สารเรนินนี้เป็นเอนไซม์ที่หลั่งจากไตเข้าไปในกระแสเลือด ซึ่งจะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับคงที่ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอ

การดูแลตับและไต…ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
วิธีการดูแลตับและไตของนั้นจะคล้ายๆ กันเนื่องจากตับและไตทำหน้าที่คล้ายๆ กัน คือขับของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นเราสามารถที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของตับและไตให้ทำงานหนักน้อยลงได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอที่ร่างกายต้องการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่ทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านจนเกินไปโดยเฉพาะอาหารหวาน ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกๆ ปี และสุดท้ายเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

Related Post

The Beast แค้นอสูร ตามล่าเพื่อทวงลูกคืนThe Beast แค้นอสูร ตามล่าเพื่อทวงลูกคืน

The Beast แค้นอสูร ตามล่าเพื่อทวงลูกคืน หนังแนวไล่ล่าแนวเดียวกันกับเรื่อง Taken ที่มีพระเอกหน้าโหดตามไล่ฆ่าคนที่พาลูกไป พร้อมฉากแอ็กชั่นมันส์ แต่องค์ประกอบโดยรวมยังไม่สามารถตราตรึงใจผู้ชมได้มากพอ และยังมีพล็อตโฮลที่เห็นเป็นข้อสังเกตุมากไป ถ้าชอบแอ็กชั่นแบบไม่สนเนื้อเรื่อง ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

รีวิว Willy’s Wonderland – หุ่นนรก VS ภารโรงคลั่งรีวิว Willy’s Wonderland – หุ่นนรก VS ภารโรงคลั่ง

รีวิว Willy’s Wonderland – หุ่นนรก VS ภารโรงคลั่ง ชายที่ถูกจ้างให้มามาทำงานเป็นภารโรงทำความสะอาดร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่มีหุ่นยนต์ร้องเล่นเต้นรำ โดยหารู้ไม่ว่าสถานที่แห่งนี้ตอนกลางคืน หุ่นพวกนี้มันจะมีชีวิตและออกมาสังเวยชีวิตมนุษย์ แต่ภารโรงคนนี้หาได้สนไม่ เพราะเขาคือชายสุดโหดที่ทางเลือกไม่ใช่การหนี แต่คือการไล่ฆ่าหุ่นพวกนั้นเช่นกัน

การทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูมีมิติและสีลิปติดทนตลอดวันการทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูมีมิติและสีลิปติดทนตลอดวัน

การทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูมีมิติและสีลิปติดทนตลอดวัน ไอเท็มบิวตี้ที่สาวๆ ขาดไม่ได้ในแต่ละวันก็คือลิปสติก เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่หลายคนมักจะมีติดตัวกันมากกว่าหนึ่งแท่ง แน่นอนว่าวิธีการใช้ลิปสติกก็คือแค่ทาลงบนริมฝีปาก แต่สาวๆ ทราบหรือไม่ว่าถ้าหากอยากให้ลิปสติกช่วยเพิ่มมิติให้ริมฝีปากหรือทาแล้วติดทนตลอดวัน การที่เราแค่ปาดลิปแล้วเม้มปากก็อาจจะเป็นเทคนิคที่ไม่เพียงพอ ทิปส์ในการทาลิปสติกที่สาวๆ ทุกคนควรรู้มาฝากกัน 1. เตรียมริมฝีปากให้พร้อม เคล็ดลับของการทาลิปสติกให้สวยและติดทนเริ่มที่การเตรียมพื้นผิวของริมฝีปากของเราให้เรียบเนียน หากริมฝีปากแห้งหรือลอกเป็นขุย แนะนำว่าควรใช้ลิปสครับเพื่อช่วยปรับพื้นผิวให้เนียนและนุ่ม หลังจากการสครับควรตามด้วยลิปบาล์มเพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น สเต็ปนี้เราแนะนำว่าสาวๆ ควรทำก่อนการแต่งหน้าเพื่อที่จะมีเวลาในการบำรุงก่อนลงลิปสติก ซึ่งมักจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย 2. เซ็ตด้วยแป้งฝุ่น แป้งฝุ่น หรือ Translucent Powder ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้เซ็ตผิวหลังลงรองพื้น แต่ยังสามารมช่วยล็อคสีลิปของเราให้ติดทนระหว่างวันอีกด้วย โดยถ้าลิปที่ทามีความครีมมี่หรือสีเข้ม แนะนำว่าให้หลังจากทาลิปสติกให้นำกระดาษทิชชู่มาซับ 1